“กฎ 23 ข้อ” ทำให้เว็บน่าสนใจ

เป็นกฎง่ายๆ ที่บางครั้งเหมือนเส้นผมบังภูเขา ทำตามได้ไม่ยาก เพื่อให้เว็บไซต์เป็นที่ดึงดูดของผู้ใช้มากที่สุด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : กฎ 23 ข้อดังต่อไปนี้ เป็นการวิจัยของ 3 สถาบัน ได้แก่ The Poynter Institute, the Estlow Center for Journalism & New Media, และ Eyetools ภายใต้โครงการ “The Eyetrack III” ซึ่งศึกษาถึงกลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ให้มากที่สุด

1. ตัวอักษรดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่าภาพหรือกราฟฟิค

2. จุดแรกที่สายตามองคือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บ

3. ผู้ใช้จะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ

4. ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจมองแบนเนอร์โฆษณา

5. รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้

6. แสดงข้อมูลเป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตามากกว่าเขียนเป็นตัวอักษร

7. ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรเล็กๆ จะทำให้คนอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรใหญ่ ทำให้คนมองเป็นอันดับแรก

8. คนส่วนใหญ่อ่านพาดหัวรอง ในกรณีที่น่าสนใจจริงๆ

9. คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บแบบผ่านๆ

10. ประโยคหรือย่อหน้าสั้นๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า

11. รูปแบบเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว

12. แบนเนอร์โฆษณาที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด

13. การวางโฆษณาใกล้กับคอนเทนท์ที่ดีที่สุด จะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก

14. โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบภาพหรือกราฟฟิค

15. ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก

16. ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริงๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่าภาพประเภทดีไซน์จัดๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือภาพนายแบบ-นางแบบ

17. หน้าเว็บไซต์ก็เหมือนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้น พาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด

18. คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่างๆ ในเว็บไซต์

19. ถ้ามีบทความยาวๆ ในเว็บไซต์หรือบล็อก หากแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น

20. ผู้ใช้มักจะไม่อ่านบทความที่ติดกันยาวๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อยๆ

21. การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือตัวอักษรสีต่างๆ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน

22. เว้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่ต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกอณูของเว็บก็ได้

23. ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้ง่ายที่สุด

Ziddu.com

     วันนี้เอาเวบ share file มาฝากกันเพราะว่ามันสร้างรายได้ได้ในขณะเดียวกันด้วย เอามาเพื่อสำหรับใครๆที่ไม่ชอบการขีดๆเขียนๆ และเวบไซต์ที่ว่านี่ก็คือ www.ziddu.com

     Ziddu คือ เว็บบริการฝากไฟล์ที่ใช้งานฟรีและยังจ่ายเงินให้กับเพื่อนๆอีกด้วย เพื่อนๆสามารถอัพโหลด เพลง เกมส์ หนัง หรือไฟล์ใด ๆ ก็ได้ที่เพื่อนๆ ต้องการสามารถอัพโหลดครั้งละหลาย ๆ ไฟล์ได้ โดยขนาดรวมในการอัพโหลดแต่ละครั้งต้องไม่เกิน 200 mb ส่วนพื้นที่และ bandwidth ไม่จำกัดค่ะ

     เพื่อนๆจะได้เงินจาก Ziddu 0.001$ ต่อ 1 ip ดาวน์โหลด ไม่มีการนับเวลาถอยหลัง 500 วินาทีแบบ easyshare ทำให้เป็นผลดีทั้งคนแชร์และคนที่ดาวน์โหลด ซึ่ง ถ้ามีคนดาวน์โหลด 1,000 คนก็หมายถึงเราได้รับเงิน 1$ เว็บนี้จ่ายทาง paypal เท่านั้น ไม่มีการสั่งจ่ายเช็ค ไม่ต้อง upgrade account ใด ๆ ทั้งนั้น สามารถสั่งจ่ายได้เลย

     Ziddu จ่ายขั้นต่ำที่ 10$ จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือนแล้วจะได้รับเงินอีก 40 วัน ยกตัวอย่างเช่น ยอดถึง 10$ ในวันที่ 10 มกราคม เราจะได้รับเงินวันที่ 10 เดือนมีนาคม เพื่อนๆคนไหนสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่

 

about HTML

ก่อนที่จะเข้ามาสู่การใช้ WordPress อย่างจริงจัง แพรวก็อยากจะแบ่งปันความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับ “HTML : ภาษาสร้างเวบ” มาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน สักเล็กน้อย เพื่อว่าเพื่อนๆคนไหนไม่รู้จัก พอแวะเข้ามาอ่านจะได้ไอเดียกันบ้าง
HTML เป็นภาษาที่ใช้าำหรับสร้างเว็บเพจ โดยมีแท็ก (Tag) ซึ่งเป็นคำสั่งในภาษา HTML  ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงผลของข้อมูลในเว็บเพจ ทำให้เราสามารถควบคุมได้ทั้งสีสัน รูปภาพ ตลอดจนตำแหน่งของสิ่งต่างๆที่อยู่บนเว็บเพจ

คำสั่งที่ใช้ควบคุมการแสดงผลใน HTML หรือ Tag มีอยู่มากมายหลายสิบชนิด โดยแต่ละ Tag ก็มีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น บาง Tag ใช้สำหรับกำหนดให้แสดงรูปภาพ บางแ Tag ใช้สำหรับกำหนดสีฟอนต์หรือขนาดให้กับตัวอักษร การเรียนรู้ภาษา HTML จึงเป็นการเรียนรู้ที่จะใช้งาน Tag ในการสร้างเวบเพ็จนั่นเอง

Finally!!!

ในที่สุด ฝันของแพรวก็เ็ป็นจริง หลังจากที่รอคอยมานานแสนนานกว่า Google จะหาเวบไซต์ praewza.com เจอ จริงๆแล้วก็ยังไม่เจอหรอก เพราะว่าแพรวลอง search จาก google แล้วก็ยังไม่เจออ่ะ แต่ว่าอย่างน้อยไอ้ตัว Googlebot มันก็เดินทางมาถึงหน้าของแพรวแล้ว

“Googlebot ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงหน้าแรกของคุณล่าสุดเมื่อ 22 ส.ค. 2008″

อ่านแล้วค่อยชื่นใจหน่อย อย่างน้อยนะ คนที่ทำ Blog ก็มีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะแน่ …. สู้เค้า หน้ากากเสือ!!!

How to ….

ก่อนที่เราจะผันตัวเองเป็น Blogger เราก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดต่างๆว่าเราต้องมีอะไรบ้าง ในส่วนนี้แพรวขอบอกรายละเอียดเฉพาะคนที่ใช้ WordPress แบบ open source แล้วกันนะค่ะ เพราะว่าหากเราใช้ Blog แบบธรรมดา เราก็แทบจะไม่ต้องมีอะไรเลยนอกจากคอมพิวเตอร์และิอินเทอร์เน็ต แต่ตอนนี้มันไม่ใช่นะสิ ตอนนี้เราต้องการจะมี Blog แบบที่มันไม่เหมือนใคร เราก็ต้องมี Domain Name เป็นของตัวเองก่อน ซึ่งการจด Domain Name นี้มีผู้ให้บริการเยอะแยะเลยค่ะ สามารถเลือกได้ตามใจชอบ และเมื่อเรามี Domain Name แล้ว สิ่งต่อมาที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็น Web Hosting สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แพรวขอเล่าให้ฟังละกันว่ามันคือ คือ รูปแบบการให้บริการที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการ สามารถนำเว็บเพจของตนเอง เพื่อออนไลน์บน internet ได้ ซึ่งเว็บโฮสนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ HSP ‘ ย่อมาจาก Hosting Service Provider หรือผู้ให้บริการโฮสติ้ง เป็นธุรกิจที่นำเอาเทคโนโลยีที่จำเป็น สำหรับงานสร้างเว็บไซต์มาให้บริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เว็บไซต์นั้น สามารถมองเห็นได้บนอินเตอร์เน็ต

ทุก website ที่ออนไลน์บนinternet  จะต้องได้รับการฝาก หรือเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์พิเศษ ที่เรียกว่า web server ซึ่ง server นี้จะทำหน้าที่เป็นตัวติดต่อกับทุกหนทุกแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เว็บไซต์ของเราสามารถเข้าถึงได้ จากทุกที่ทุกเวลาในโลกที่มีการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตง่ายๆ แค่พิมพ์ชื่อ website ของเรา (Domain Name)

เริ่มต้นก้าวสู่การเป็น Blogger

หลังจากที่นั่งงมโข่งอยู่ตั้งนาน ในที่สุดแพรวก็ได้คำตอบ ก็เล่นไปร้านหนังสือทุกวัน อยากรู้อะไรก็หามาอ่าน อ่านซะจนมึนไปหมดแล้ว มึนคนเดียวไม่พอ ยังพาลคนอื่นเค้ามึนไปด้วย  ไม่สนด้วยนะว่าคนออื่นจะว่าโง่  ทำยังไงได้ก็คนมันไม่รู้นี่น่า คนไม่รู้ไม่ผิด อีกอย่างคนเราทุกคนเริ่มต้นมาจากศูนย์ “เพราะฉะนั้น…ฉันจึงทรนง” อิอิ … เพื่อนๆคงสงสัยว่าการที่เราจะอยากเป็นอะไรสักอย่าง จำเป็นด้วยเหรอที่เราต้องไปหาคำตอบตามร้านหนังสือ แพรวจะบอกว่าไงดีละ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ว่าการที่เราไม่รู้อะไรเลยแต่ว่าเราอยากที่จะทำมันให้ออกมาดี เราก็ต้องรู้จักสิ่งๆนั้นก่อน ศึกษามัน ลองผิดลองถูกกับมัน แล้วทีนี้เราก็จะรู้ว่าเราชอบมันและรักที่จะทำมันไหม คำตอบที่แพรวได้ก็ถือว่าอยู่ในทางบวกนะ เอาละ…แพรวอยากให้เพื่อนๆได้รู้จักกับสิ่งที่แพรวกำลังจะก้าวไปเป็น (จริงๆแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเป็นได้ไหม แต่ว่าอย้างน้อยเราก็พยายามแล้ว ดีกว่าไม่ได้พยายามเนอะ) เผื่อว่าเพื่อนๆคนไหนอยากจะเป็นกันบ้าง

ก่อนที่เราจะเป็น Blogger เพื่อนๆคงรู้อยูี่แล้วว่าเราต้องมี Blog เป็นของตัวเองเสียก่อน ทีนี้ คำถามก็จะตามมาว่า แล้วใช้ Blog ของอะไรดี Blog ที่เราพบเห็นทั่วไปใน Internet มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท

  1. Blog ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการ Blog : Blog ประเภทนี้มีลักษณะการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องไปติดตั้งอะไร เพียงแค่เพื่อนๆสมัครใช้บริการผ่านทางผู้ให้บริการ Blog เพื่อนๆก็สามารถเป็น Blogger ได้แล้วค่ะ แต่หากเพื่อนๆคนไหนตกลงปลงใจที่จะใช้ Blog ประเภทนี้แล้วละก็ เพื่อนๆต้องยอมรับเลยนะค่ะว่าลูกเล่นของมันไม่มีเยอะเท่าที่ควร คือ การที่เพื่อนๆจะปรับแต่งหน้า Blog ของเพื่อนๆให้สวยงาม เพื่อนๆก็จะเลือกรูปแบบได้แค่จากผู้ให้บริการที่เค้าออกแบบมาไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งความหลากหลายของมันก็จะไม่มีเยอะมากค่ะ โดยทั่วไปผู้ให้บริการ Blog ประเภทนี้ก็จะมี Blogger.com ของ Google, Windows live Spaces ของ Microsoft, multiply, myspace, yahoo 360 ํ, BlogGang, WordPress, OkNation และ exteen
  2. Blog ที่ต้องติดตั้งเอง : Blog software หรือ Blogware เป็น software ที่ใช้ใน internet ในลักษณะของะบบจัดการเนื้อหาเว็บที่ผู้พัฒนา software และผู้เขียนหรือดูแล blog จะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผู้เขียน blog สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ใน ด้าน html หรือการทำ website แต่อย่างใด ทำให้ผู้เขียน blog สามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้ Blog softwareจะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมี template ในหลายแบบให้เลือกใช้
    software ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันทีโดยผู้ใช้ ซึ่ง software บางส่วนเป็น open source ซึ่งเป็นsoftware ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนำมาปรับแก้ เป็นของตนเอง ติดตั้งไว้ใช้เป็น blog ส่วนตัว หรือเผยแพร่ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วน software ลิขสิทธิ์นั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรือให้ใช้งานฟรี